นักวิเคราะห์มองว่า ประเทศในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ยังไม่อยากเสี่ยงเข้าข้างสหรัฐอย่างเปิดเผย หลังจากสหรัฐยืนกรานว่า การที่จีนอ้างสิทธิในทะเลจีนใต้เป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิง

นักวิจัยสถาบันไอเอสอีเอเอส-ยูซอฟอิสฮัคในสิงคโปร์เห็นว่า ถ้อยแถลงของนายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ว่า การที่จีนอ้างอธิปไตยในทะเลจีนใต้เป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิงอาจทำให้อาเซียนมีจุดยืนทางกฎหมายและการเมืองที่แข็งแกร่งขึ้นในการเผชิญหน้ากับจีน แต่อาเซียนอาจไม่ทำเช่นนั้นเพราะไม่อยากถูกมองว่าเข้าข้างสหรัฐต่อต้านจีน ขณะที่นักวิชาการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางคิดว่า อาเซียนจะตีความถ้อยแถลงนี้ในบริบทของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เพราะความสัมพันธ์กับจีนจะเป็นนโยบายต่างประเทศหรืออาจถึงขั้นเป็นเรื่องความมั่นคงระดับชาติของสหรัฐ จึงน่าจะสงวนท่าทีจนกว่าสหรัฐจะมีรัฐบาลชุดใหม่

นักวิจัยของมูลนิธิเส้นทางสู่ความก้าวหน้าเอเชีย-แปซิฟิกในฟิลิปปินส์เชื่อว่า หลายประเทศในภูมิภาคนี้ต้องการคงความสัมพันธ์กับจีนเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แพร่ระบาด เพราะต้องอาศัยการค้าการลงทุนจากจีน ด้านประธานสถาบันวิสัยทัศน์เอเชียในกัมพูชามองว่า ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้อำนาจแบบบังคับมีความสำคัญเหนือกว่าการทูตและการเจรจา ดังนั้นอาเซียนจึงมีบทบาทอย่างจำกัดในการจัดการความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะที่การเจรจาระหว่างอาเซียนกับจีนเรื่องประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้หรือซีโอซี (COC) คงไม่คืบหน้าในเร็ว ๆ นี้เพราะโรคโควิด-19 ระบาด โดยอาจต้องเลื่อนไปหลังปีหน้า