Us สยองขวัญ แฝดเงาปีศาจ หรือในชื่อไทยว่า “Us หลอน ลวง เรา” คือผลงานชิ้นใหม่ของ “จอร์แดน พีล” ที่ทำหน้าที่ทั้งกำกับ เขียนบท และอำนวยการสร้างด้วยตัวเขาเอง เขาคือผู้กำกับหนังยุคใหม่ที่น่าจับตามองมากๆ กับการเป็นนักแสดงที่หันมาคว้าจับงานกำกับหนังแนวสยองขวัญแล้วรุ่งสุดๆ กับ Get Out หนังในปี 2017 ซึ่งกวาดรายได้ทั่วโลกมากกว่า 255 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากทุนสร้างไม่ถึง 5 ล้านเหรียญและคว้ารางวัลออสการ์ในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม สร้างฐานแฟนคลับและชื่อเสียงมากมาย ทำให้การมาของ Us หลอน ลวง เรา จึงเป็นอะไรที่น่าจับตาและน่าสนใจมากๆ ว่าเขาจะตอกย้ำความสำเร็จได้อีกครั้งหรือไม่

Us หลอน ลวง เรา เล่าเรื่องราวในยุคปัจจุบัน การมาพักตากอากาศบนชายฝั่งของแคลิฟอร์เนียทางตอนเหนือ บ้านเกิดในวัยเด็กของอเดเลด วิลสัน (ลูพิตา ยองโก) พร้อมกับสามีและลูกๆ ทั้งสอง น่าจะเป็นช่วงเวลาที่พิเศษของครอบครัว แต่กลับไม่ใช่ เมื่อความเจ็บปวดจากอดีตได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง และรู้สึกเหมือนว่ามีใครกำลังจับตาดูเธออยู่ จนกระทั่งในยามค่ำคืน ครอบครัววิลสันก็ได้พบกับ “ครอบครัวเงา” ที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแฝด มาพร้อมชุดสีแดง พร้อมกับเป้าหมายที่จะจัดการกับเธอและคนในครอบครัว

หนังนำเสนอวิธีการเล่าเรื่องที่ร้ายกาจมาก กับการเกริ่นนำเหตุการณ์ที่ดูเหมือนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหนังสักเท่าไหร่ ก่อนจะมาเล่าเรื่องเหตุการณ์ประหลาดของเด็กสาวคนหนึ่งที่เป็นสาเหตุ นำไปสู่ความหลอกหลอนในปัจจุบัน การกำกับของ จอร์แดน พีล กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของคนดูให้สงสัยใคร่รู้ในสิ่งที่คลุมเครือได้ตลอดเวลา ทำให้การจดจ่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ทั้งการกระทำ บทสนทนา เป็นสิ่งที่ว่าไม่อาจละเลย เพราะกลัวว่าจะตกหล่นข้อมูลสำคัญไป ก่อนจะค่อยๆ เผยบทสรุปที่โยงเข้ากับการเกริ่นนำเหตุการณ์ไว้เมื่อตอนต้นเรื่องในที่สุด

ความสยองขวัญสั่นประสาทในแบบหนังบุกบ้าน (Home Invasion) และหนังไล่ฆ่า (Slasher Film) ที่ถ้าว่ากันตรงๆ มันก็ไม่ได้มีการนำเสนอที่แตกต่างจากหนังแนวๆ นี้ที่ผ่านมาสักเท่าไหร่ แต่ด้วยฝีมือของ จอร์แดน พีล ที่ฉลาดในการวางจังหวะของหนังว่าช่วงใดควรให้ข้อมูล ช่วงใดที่ต้องเฉลย ช่วงใดควรเล่นกับความรุนแรง อีกทั้งการใส่ความตลกร้ายเข้ามา และที่ชอบเป็นพิเศษคืองานดนตรีประกอบที่ชวนอึดอัดน่าขนลุกที่ยังคงได้ ไมเคิล อาเบลส์ มารับหน้าที่เช่นเดียวกับ Get Out ทั้งหมดกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่ให้คนดูรู้สึกกดดัน ชวนลุ้น ตลอดความยาวเกือบๆ 2 ชั่วโมง แม้โดยรวมเรื่องราวจะยึดๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย

การสร้างรายละเอียดของ “แฝด” ที่มีอารมณ์ มีความคิด วิธีการสื่อสาร ไปจนถึงการเคลื่อนไหวที่อยู่ระหว่างคนและสัตว์ แม้จะมองว่านี่คือ ตัวเลียนแบบ แต่มันก็ถูกออกแบบมาอย่างดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ว่าในส่วนของการเฉลยที่มาที่ไปของการมาของ “แฝด” จะให้รายละเอียดที่ไม่ชัดเจนนัก นำไปสู่การตั้งคำถามในแง่ของความสมเหตุสมผล อย่างไรก็ดี นี่เป็นลายเซ็นของผู้กำกับ จอร์แดน พีล ที่จะว่าไปมันก็เป็นเทคนิคในการเฉลยเรื่องราว ที่หวังช็อกความรู้สึกของคนดูในแบบที่ Get Out เคยใช้ ซึ่งใน Us ก็นับว่าประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง

เชื่อว่าใครที่ได้ดูก็คงไม่ปฏิเสธว่าคำเฉลยที่มาที่ไปของแฝดชุดแดงพร้อมกรรไกร ในหนัง มันแฝงนัยทางสังคม ในที่นี้ก็คือการวิพากษ์สังคมอเมริกัน (คนดูอเมริกันน่าจะอินเป็นพิเศษ) ว่าด้วยชนชาติ ผิวสี ความสัมพันธ์ในระดับครอบครัว ความสัมพันธ์ในระดับสังคม ไปจนถึงการตัดสินว่าใครดีใครเลว.. และเมื่อมองย้อนไปถึงตอนต้นเรื่อง ทั้งหมดมันคือฉากเปรียบเปรยในมิติทางสังคม ที่ชวนให้ขบคิดและตีความเป็นอาหารสมองเมื่อดูหนังจบ

ลูพิตา ยองโก ผู้หญิงที่ได้รับการจัดอันดับว่าสวยที่สุดในโลกเมื่อปี 2014 และเจ้าของรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงจากหนัง 12 Years a Slave เธอคือคนที่แบกหนังไว้อย่างแท้จริง หลายๆ ฉากในเรื่องพึ่งพาพลังฝีมือด้านการแสดงของเธออย่างมาก ซึ่งลูพิตาก็ทำหน้าที่บนมาตรฐานที่สูงสมราคาออสการ์เช่นเดิม โดยเฉพาะกับการออกแบบเสียงให้กับตัวละครแฝดชุดแดงที่หลอนติดหูมากๆ จากตัวละครที่เราคิดว่ารู้จัก เห็นใจ จนกลายเป็นลุ้น เอาใจช่วยให้เธอและครอบครัวหนีรอดจากการไล่ฆ่าในตอนแรก กลับกลายเป็นตัวละครที่เราไม่แน่ใจว่ารู้จักเธอจริงๆ ในท้ายที่สุด

Us หลอน ลวง เรา คือหนังที่พิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมของผู้กำกับ จอร์แดน พีล ว่าคือ “ของจริง” เป็นหนึ่งในยอดผู้กำกับหนังสายสยองขวัญแห่งยุค ที่สร้างสรรค์มิติใหม่ๆ ในการสร้างฉากสยองขวัญ ที่ทำให้คนดูลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะ นี่คือหนังที่แฟนหนังสยองขวัญ แฟนหนัง Get Out ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง